| | 1. หลักเกณฑ์การชำระหนี้ |
| | | 2. วิธีการนับระยะเวลาครบกำหนดชำระหนี้ของผู้ที่จบการศึกษา |
| | | 3. มาตรการในการติดตามหนี้ กรณีผู้กู้ค้างชำระ |
| | | 4. ช่องทางในการชำระหนี้คืน สามารถเลือกช่องทางในการชำระหนี้ได้ 3 วิธี |
| | | 5. วิธีการชำระหนี้ |
| | | 6. การชำระหนี้ก่อนกำหนด |
| | | 7. กรณีผู้กู้ยืมศึกษาอยู่ หรือสำเร็จการศึกษาไม่ถึง 2 ปี |
| | | 8. การยกเลิกสัญญาฯ ระหว่างการศึกษา |
|
|
|
|
| หลักเกณฑ์การชำระหนี้ |
|
|
|
|
| 00 | 1. | เมื่อผู้กู้ยืมสำเร็จการศึกษาหรือเลิกการศึกษาแล้ว เป็นเวลา 2 ปี ผู้กู้ยืมเงินมีหน้าที่ต้องชำระเงินกู้ยืมคืนให้แก่กองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา ตามระยะเวลาและวิธีการที่กำหนดไว้ในระเบียบคณะกรรมการกองทุนฯ
|
| | 2. | ผู้กู้ยืมที่กำลังศึกษาอยู่และไม่ได้กู้ยืมเงินติดต่อกันเป็นเวลา 2 ปี และไม่ได้แจ้งสถานภาพการเป็นนักเรียนหรือนักศึกษาให้ธนาคารทราบ ถือว่าเป็นผู้ครบกำหนดชำระหนี้
|
| | 3. | ก่อนวันที่ 5 กรกฎาคมของปีที่ครบกำหนดชำระหนี้ ผู้กู้ยืมจะได้รับหนังสือจากธนาคาร เพื่อแจ้งเงินต้นทั้งหมด จำนวนเงินที่ต้องชำระหนี้ งวดแรก ค่าธรรมเนียมการชำระหนี้ รวมทั้งตารางการชำระหนี้ของแต่ละปี ให้ผู้กู้ยืมทราบ
|
| | 4. | ผู้กู้ยืมที่ครบกำหนดชำระหนี้จะต้องชำระหนี้งวดแรก ภายในวันที่ 5 กรกฎาคมของปีที่ครบกำหนดชำระหนี้
|
| | 5. | ผู้กู้ยืมต้องชำระหนี้เงินต้นพร้อมดอกเบี้ยร้อยละ 1 ต่อปีของเงินต้นคงค้างของปีที่ 1 เป็นต้นไป โดยจะต้องชำระหนี้ภายในวันที่ 5 กรกฎาคม ของทุกปีและจะต้องชำระหนี้ให้เสร็จสิ้นภายในระยะเวลา 15 ปี นับจากวันครบกำหนดชำระหนี้งวดแรก
|
| | 6. | ผู้กู้ยืมสามารถเลือกผ่อนชำระหนี้เป็นรายปีหรือรายเดือนได้แต่ระยะเวลารวมกันต้องไม่เกิน 15 ปี
|
| | 7. | หากผู้กู้ยืมไม่ชำระหนี้ได้ภายในระยะเวลาที่กำหนด คือภายในวันที่ 5 กรกฎาคมของทุกปี ถือว่าผู้กู้ยืมผิดนัดชำระหนี้ ซึ่งผู้กู้ยืมจะต้อง เสียเบี้ยปรับเฉพาะเงินต้นที่ค้างชำระในอัตราดังนี้ |
| | | | 7.1 ค้างชำระ 1-12 เดือน เสียเบี้ยปรับร้อยละ 12 ต่อปี |
| | | | 7.2 ค้างชำระเกิน 12 เดือน เสียเบี้ยปรับร้อยละ 18 ต่อปี
|
| 8. | ผู้กู้ยืมอาจชำระหนี้ทั้งหมดหรือบางส่วนก่อนถึง กำหนดชำระได้โดยไม่เสียดอกเบี้ย |
| | | | |
| วิธีการนับระยะเวลาครบกำหนดชำระหนี้ของผู้ที่จบการศึกษา |
| | | | |
|
| ตัวอย่าง ผู้กู้ยืมที่จบการศึกษาในปีการศึกษา 2551 มีระยะเวลาปลอดหนี้ 2 ปี โดยผู้กู้ยืมจะครบกำหนดชำระหนี้คืนงวดแรก ภายในวันที่ 5 กรกฎาคม 2554 ตามตัวอย่างตารางดังนี้ |
| | | | |
|
| | | | |
| มาตรการในการติดตามหนี้ กรณีผู้กู้ค้างชำระ |
|
|
|
|
| 1. | ส่งจดหมายถึงผู้กู้ที่จะครบกำหนดชำระหนี้ เพื่อแจ้งภาระหนี้และวิธีการติดต่อขอชำระหนี้ให้ทราบก่อนถึงวันครบกำหนดชำระ |
| 2. | ผู้กู้ที่ยังไม่มีความสามารถชำระกองทุนฯ ให้โอกาสขอผ่อนผันการชำระได้ หากมีเหตุผลสมควรและเข้าเกณฑ์การผ่อนผัน |
| 3. | เมื่อผู้กู้ผิดนัดชำระหนี้ |
|
|
| 3.1 เดือนแรกโทรศัพท์เตือนให้มาชำระ |
|
|
| 3.2 เดือนที่ 2 ถึงเดือนที่ 12 โทรศัพท์และส่งจดหมายติดตามทวงถามเป็นระยะๆ |
|
|
| 3.3 เกิน 12 เดือน หากยังไม่ได้รับการติดต่อชำระหนี้ จะติดตามผู้กู้และผู้ค้ำประกันโดยวิธีออกไปพบตัว (Home Visit) |
|
|
| |
| ช่องทางในการชำระหนี้คืน สามารถเลือกช่องทางในการชำระหนี้ได้ 3 วิธี |
| | | | |
| 1. | ชำระที่เคาน์เตอร์ธนาคาร ผู้กู้ยืมสามารถชำระหนี้มากกว่าหรือเท่ากับหรือน้อยกว่าจำนวนเงินที่ต้องชำระก็ได้ ผู้กู้ยืมจะได้รับใบรับเงินเพื่อกองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษาเก็บไว้เป็นหลักฐาน |
| 2. | ชำระโดยการหักบัญชีอัตโนมัติ จากบัญชีเงินฝากออมทรัพย์ของผู้กู้ยืม ผู้กู้ยืมจะต้องแจ้งความประสงค์กับธนาคารให้หักบัญชีเงินฝากออมทรัพย์ของผู้กู้ยืม ที่เปิดไว้ตอนทำสัญญากู้หรือบัญชีเงินฝาก ออมทรัพยที่ผู้กู้ยืมเปิดใหม่ และผู้กู้จะต้องนำเงินเข้าบัญชีเงินฝากออมทรัพย์ ที่ผู้กู้ยืมเปิดใหม่ และผู้กู้จะต้องนำเงินเข้าบัญชีเงินฝาก ออมทรัพย์ก่อนวันที่ 5 กรกฎาคมของทุกปี (กรณีชำระหนี้เป็นรายปี) หรือก่อนวันที่ 5 ของทุกเดือน (กรณีชำระหนี้เป็นรายเดือน) ผู้กู้ยืม จะต้องนำบัญชีเงินฝากออมทรัพย์ไปรับรายการหักบัญชีที่สาขาและเก็บไว้เป็นหลักฐาน |
| 3. | ชำระหนี้ทางตู้ ATM ของธนาคารกรุงไทย ทั่วประเทศ โดยใช้เลขที่บัตรประชาชนเป็รรหัสทำรายการ การชำระหนี้วิธีนี้ ต้องเก็บสลิป ATM ไว้เป็นหลักฐานด้วย |
|
|
|
|
| อนึ่ง การให้บริการรับชำระหนี้ทั้ง 3 ช่องทางนี้จะต้องเสียค่าธรรมเนียมครั้งละ 10 บาท |
|
|
| |
| วิธีการชำระหนี้ |
|
|
|
|
| | 1. | การติดต่อชำระหนี้ครั้งแรก ผู้กู้ยืมทุกรายต้องติดต่อแสดงตนในการชำระหนี้ที่ธนาคารกรุงไทยฯ สาขาใดก็ได้ที่ท่านสะดวก โดยขอให้ผู้กู้ยืมดำเนินการดังนี้ |
| | | | 1.1 กรอกหนังสือแสดงตนในการชำระหนี้ (กยศ.201) และเก็บสำเนาไว้เป็นหลักฐาน |
| | | | 1.2 หากผู้กู้ยืมประสงค์จะเปลี่ยนงวดการชำระหนี้จากรายปีเป็นรายเดือนสามารถทำได้ โดยให้ผู้กู้ยืมแจ้งความประสงค์ดังกล่าว กับพนักงานของธนาคาร |
| | | | 1.3 แจ้งจำนวนเงินที่ผู้กู้ยืมประสงค์จะชำระหนี้งวดแรกพร้อมชำระหนี้กับพนักงานของธนาคาร โดยผู้กู้ยืมจะได้รับใบรับเงิน เพื่อชำระหนี้กองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา เก็บไว้เป็นหลักฐาน |
| | 2. | การชำระหนี้ครั้งต่อไป ผู้กู้ยืมสามารถชำระหนี้ ได้ตามวิธีใดวิธีหนึ่งของการชำระหนี้ทั้ง 3 วิธีตามที่กล่าวข้างต้น |
| | | | |
| การชำระหนี้ก่อนกำหนด |
|
|
|
|
| | 1. | ผู้กู้ยืมสามารถชำระหนี้คืนกองทุนฯทั้งหมดหรือบางส่วนในช่วงก่อนสำเร็จการศึกษา หรือช่วงระยะเวลาปลอดหนี้ 2 ปีได้โดยไม่ต้องเสียดอกเบี้ย |
| | 2. | กรณีที่ผู้กู้ยืมยังไม่สำเร็จการศึกษา ผู้กู้ยืมสามารถหยุดพักชำระหนี้และสามารถกู้ยืมเงินต่อไปในปีการศึกษาที่เหลือได้ |
| | | |
| กรณีผู้กู้ยืมศึกษาอยู่ หรือสำเร็จการศึกษาไม่ถึง 2 ปี |
| | | | |
| 1. | กรณีที่ผู้กู้ยืมเป็นผู้ครบกำหนดชำระหนี้แล้ว แต่ผู้กู้ยืมกำลังศึกษาอยู่ ให้ผู้กู้ยืมนำรายงานสถานภาพการศึกษา (กยศ.204) หรือ หนังสือรับรองการเป็นนักเรียนหรือนักศึกษาของสถานศึกษาที่รับรองสำเนาถูกต้องแล้วไปให้ธฯาคารเพื่อชะลอการชำระหนี้ และหากในปีต่อๆ ไป ผู้กู้ยืมยังไม่สำเร็จการศึกษาหรือเลิกการศึกษา ให้ผู้กู้ยืมนำเอกสารดังกล่าวไปให้ธนาคารตั้งแต่วันที่ 1 กรกฎาคมของทุกปีเป็นต้นไป จนกว่าผู้กู้ยืมจะสำเร็จการศึกษาหรือเลิกการศึกษา |
| 2. | กรณีที่ผู้กู้ยืมเป็นผู้ครบกำหนดชำระหนี้แล้ว แต่ผู้กู้ยืมดังกล่าวสำเร็จการศึกษาไม่ถึง 2 ปี ให้ผู้กู้ยืมนำหนังสือรับรองการสำเร็จ การศึกษาหรือใบปริญญาบัตร หรือใบประกาศนียบัตร หรือรายงานผลการศึกษา (Transcript) ของสถานศึกษาที่รับรอง สำเนาถูกต้องแล้วไปให้ธนาคารเพื่อชะลอการชำระหนี้ |
| | | | |
|
| | | |
|
| กรณีการขอผ่อนผันชำระหนี้ ผู้กู้ยืมต้องดำเนินการให้เสร็จสิ้นก่อนวันที่ครบกำหนดชำระหนี้แต่ละงวด หากผู้กู้ยืมยังไม่ชำระ และพ้นวันที่ครบกำหนดชำระแล้ว (5 กรกฎาคม ของทุกปี) ถือว่าผู้กู้ยืมค้างชำระหนี้จะต้องเสียเบี้ยปรับและถูกติดตามหนี้จนกว่าจะได้รับอนุมัติ ผ่อนผันชำระหนี้ จึงระงับการติดตามและถือเป็นหนี้ปกติต่อไป |
| | | |
| การยกเลิกสัญญาฯ ระหว่างการศึกษา |
| | | |
|
| การยกเลิกสัญญาฯ ระหว่างปีการศึกษา เกิดขึ้นได้ตามความประสงค์ของผู้กู้ยืมเองหรือยกเลิกสัญญาฯ โดยกองทุนฯ เนื่องจากผู้กู้มีคุณสมบัติไม่ถูกต้อง หรือความประพฤติไม่เหมาะสม ผู้กู้ยืมมีหน้าที่ต้องชำระหนี้คืนกองทุนฯ ภายใน 30 วัน หรือภายในเวลาที่ได้ทำความตกลงกับกองทุนฯ โดยผู้กู้ยืมจะติดต่อ ทำหนังสือยกเลิกและชำระหนี้ทั้งหมดได้ภายใน 30 วัน ธนาคารจะส่งเรื่องให้กองทุนฯ พิจารณาเป็นรายไป กรณีที่ผู้กู้ยืมเงินกองทุนฯ ถึงแก่ความตายหนี้ตามสัญญากู้ยืมฯ เป็นอันระงับไป ทั้งนี้ทายาทหรือสถาบันต้องส่งสำเนาใบมรณบัติที่รับรองโดยเจ้าหน้าที่ ราชการผู้มีอำนาจให้ธนาคารทราบ และกรณีผู้กู้พิการ หรือทุพพลภาพจนไม่สามารถประกอบการงานได้ ให้ขอผ่อนผันจากคณะกรรมการฯ เป็นกรณีๆ ไป |
|
| |